วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554

"ล่องแก่งลำน้ำเข็ก" พิสูจน์ความมันส์กับสายน้ำ

“ลำ น้ำเข็ก” มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาในจังหวัดเพชรบูรณ์ ทางด้านอำเภอเขาค้อ ไหลผ่านอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง เป็นน้ำตกศรีดิษฐ์ และน้ำตกแก่งโสภา  ไหลผ่านอำเภอวังทอง ไปรวมกับแม่น้ำน่าน ที่อำเภอบางกระทุ่ม ทำให้เกิดลำน้ำเข็ก  ยิ่งในช่วงหน้าฝน จะมีปริมาณน้ำที่เหมาะสมสามารถล่องแก่งได้
ลำน้ำเข็ก มีแก่งหินน้อยใหญ่ให้พิชิตความกล้า แตกต่างกันไป 8 แก่ง คือ แก่งท่าข้าม แก่งไทร แก่งปากยาง แก่งหินลาด แก่งรัชมังคลา แก่งซาง แก่งโสภาราม แก่งนางคอย และแก่งยาว  ด้วยกระแสน้ำค่อนข้างแรง  ทำให้เส้นทางของการล่องมีความยากง่ายไม่เหมือนกัน แบ่งความยากง่ายอยู่ที่ระดับ 2-5  ฉะนั้นนักท่องเที่ยวที่จะมาล่องควรจะว่ายน้ำเป็น ร่างกายต้องพร้อม เพราะยิ่งกระแสน้ำแรงมากเท่าใด ก็ยิ่งต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้นตามไปด้วย

ล่องแก่งลำนำ้เข็ก

วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2554

ปรากฎการณ์มหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ที่ไม่ควรพลาดในเดือน ธันวาคม

ธันวาคม: ท่องป่าปิด ชมเมเปิ้ลเปลี่ยนสี ที่ภูกระดึง จ.เลย
เมเปิ้ลเปลี่ยนสี อาจมีอยู่หลายแห่งในเมืองไทย
แต่จะหาที่ไหนสวยงามไปกว่าเมเปิ้ลในป่าปิดของภูกระดึงนั้นไม่มี


อาณาเขตป่าปิดด้านทิศเหนือบนภูกระดึง นอกจากเป็นเขตป่าอนุรักษ์แล้ว
ยังเป็นที่รวมของลำธารเล็กๆ หลายสาย ซึ่งไหลผ่านผืนป่าแห่งนี้ 
ก่อเกิดเป็นน้ำตกน้อยใหญ่สวยงามหลายแห่ง และริมลำธารเหล่าเป็นถิ่นของต้นเมเปิ้ล
ที่ทุกฤดูหนาวจะพากันเปลี่ยนสีใบเป็นสีแดงสด บ้างก็ร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน
เป็นภาพที่งดงามที่สุด โดยเฉพาะต้นเมเปิ้ลที่อยู่หน้าน้ำตกขุนพอง
ซึ่งต้องขออนุญาตก่อนเข้าไปเที่ยวชม


ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: ช่วงเวลาเช้าราว 08.00 - 10.00 น.
ฤดูกาลที่ดีที่สุด: เดือนธันวาคม
จุดชมวิวที่ดีที่สุด: บริเวณน้ำตกถ้ำใหญ่ น้ำตกผาน้ำผ่า น้ำตกขุนพอง

*การเดินทาง: จาก จ.เลย ใช้ทางหลวงหมายเลข 201 ผ่าน อ.วังสะพุง ถึงอ.ภูกระดึง
แยกขวาเข้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เดินเท้าขึ้นภูใช้เวลาราว 3-4 ชั่วโมง 
ควรมีเวลา 1 วัน ในการเที่ยวป่าปิด


**********************


ธันวาคม: พายเรือลอดถ้ำ ข้ามสองอำเภอ ที่ถ้ำเจ็ดคต แหล่งผจญภัยแห่งใหม่ จ.สตูล
ถ้ำขนาดใหญ่ แหล่งผจญภัยด้วยการพายเรือลอดถ้ำที่โค้งถึง เจ็ดโค้ง เจ็ดคต 
งดงามด้วยหินงอกหินย้อยและหาดทราย
กลายเป็นที่เที่ยวแห่งใหม่ของเมืองสตูล


สตูล จังหวัดใต้สุดด้านทะเลอันดามัน ที่รู้จักกันดีคือ หมู่เกาะตะรุเตา
แต่ที่อำเภอละงู และกิ่งอำเภอมะนัง มีถ้ำใหญ่ น้ำลอดได้อยู่แห่งหนึ่งคือ ถ้ำเจ็ดคต
ปากถ้ำอยู่กิ่ง อำเภอมะนัง ส่วนหลังถ้ำอยู่ที่อำเภอละงู
ภายในมีน้ำไหลลอดคดโค้ง ท้าทายให้ นักผจญภัยพายเรือลอดถ้ำ และชมความสวยงามของ
หินงอกหินย้อย ถ้าใครพายลอดไปได้ ก็ต้องถือว่าสุดยอด
เพราะพายเรือลอดถ้ำข้ามมาตั้ง 2 อำเภอ


ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: ช่วงเวลา 11.00 - 12.00 น.
ฤดูกาลที่ดีที่สุด: เดือนธันวาคม
จุดชมวิวที่ดีที่สุด: ปากถ้ำทั้งสองด้าน

*การเดินทาง: จาก จ.สตูล ใช้ทางหลวงหมายเลข 406 และ 416 มุ่งหน้าสู่ อ.ละงู 
แล้วแยกขวาไปน้ำตกวังสายทองและถ้ำภูผาเพชร ก่อนถึงถ้ำภูผาเพชร มีทางแยกซ้ายไปถ้ำเจ็ดคต
รวมระยะทางราว 70 กิโลเมตร


**********************

ปรากฎการณ์มหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ที่ไม่ควรพลาดในเดือน พฤศจจิกายน

พฤศจิกายน: ดอยแม่อูคอ ขุนเขาแห่งทะเลดอกไม้สีทอง จ.แม่ฮ่องสอน
เมื่อลมหนาวพัดมา นั่นเป็นสัญญาณจากธรรมชาติว่า ดอกบัวตองดอยแม่อูคอ
จะพากันออกดอกสะพรั่งทั้งดอย ดั่งทะเลดอกไม้สีทอง


ดอยแม่อูคอ อยู่ในเขตอำเภอขุนยวม เป็นแหล่งของดอกบัวตองที่สวยงามที่สุดในเมืองไทย
พันธุ์ไม้ชนิดนี้เดิมเป็นไม้พื้นเมืองของอเมริกาใต้ แต่นำมาปลูกในเมืองไทย
จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โด่งดัง เวลาที่สวยงามที่สุดของการดูดอกบัวตองนั้น
ควรดูในตอนเช้าเมื่อแสงแรกของวันสาดส่อง
เพราะสีทองของดอกจะเปล่งประกายเป็นทองมากกว่าเวลาอื่นใด
และใกล้ๆ กันก็ยังมีน้ำตกแม่สุรินทร์น้ำตกสูงใหญ่ให้คุณเที่ยวชมอีกด้วย


ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: ช่วงเวลาเช้าราว 07.00 - 08.00 น.
ฤดูกาลที่ดีที่สุด: กลางเดือนพฤศจิกายน
จุดชมวิวที่ดีที่สุด: จุดชมวิวดอยแม่อูคอ

*การเดินทาง: จาก จ.แม่ฮ่องสอน ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 ถึง อ.ขุนยวม 
แล้วแยกซ้ายทางหลวงหมายเลข 1263 เลี้ยวซ้ายทางย่อยไปดอยแม่อูคอ


**********************


พฤศจิกายน: พลับพลึงธารบานเร้นลับ ที่ผืนป่าคลองนาคา จ.ระนอง
พลับพลึงธารคือที่สุดของความเร้นลับในผืนป่าคลองนาคา 
เดือนพฤศจิกายนของทุกปี ทั้งคลองนาคาจะเต็มไปด้วยดอกไม้หายากชนิดนี้


ผืนป่าคลองนาคา กิ่งอำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง เป็นป่าดงดิบผืนใหญ่ที่ต่อเนื่องกับป่าเขาสก
และป่าคลองแสงในเขตจังหวัดสรุาษฎรธ์านี และป่าศรีพังงา อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา 
จนกลายเป็นผืนป่าที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ที่สุดในคาบสมุทรภาคใต้ 
หนึ่งในความลี้ลับของป่าดงดิบผืนนี้ คือความงามของดอกพลับพลึงธาร (Crinum thaianum) 
ไม้น้ำหายากซึ่งพบที่เดียวในเมืองไทยที่คลองนาคา 
และเดือนพฤศจิกายนคือเดือนที่พลับพลึงธารบานมากที่สุด


ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: ช่วงเวลาเช้าก่อน 09.00 น.
ฤดูกาลที่ดีที่สุด: เดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน
จุดชมวิวที่ดีที่สุด: จุดชมพลับพลึงธารคลองนาคา

*การเดินทาง: จาก จ.ชุมพร ใช้ทางหลวงหมายเลข 41 ถึง อ.หลังสวน 
แยกทางหลวงหมายเลข 4006 แล้วมาเจอกับทางหลวงหมายเลข 4 อีกครั้ง ที่บ้านราชกรูด
มุ่งหน้าสู่ อ.กะเปอร์ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา


**********************

ปรากฎการณ์มหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ที่ไม่ควรพลาดในเดือน ตุลาคม

ตุลาคม: ที่สุดในเมืองไทย สุดยอดผจญภัย ไปล่องแก่งน้ำว้าตอนกลาง จ.น่าน
ลำน้ำว้าท้าทายนักผจญภัยให้ไปสัมผัสผืนป่ากว้างใหญ่ ลำน้ำสวยใส
เหลือแต่ใจว่า คุณพร้อมหรือไม่ เพราะแก่งที่นี่ได้ชื่อว่าโหดสุดๆ แห่งหนึ่งของเมืองไทย


จากยอดภูแวสูงใหญ่ และผืนป่าดิบตอนบนของจังหวัดน่าน
นั่นคือต้นกำเนิดของแม่น้ำว้า ต้นน้ำสำคัญสายหนึ่งของแม่น้ำน่าน 
สายน้ำแห่งนี้มีเรื่องราวผจญภัยให้ผู้คนร่วมกันบันทึกความทรงจำ 
นั่นคือ การล่องแก่งน้ำว้าที่ได้ชื่อว่า แก่งโหดสุดในเมืองไทย 
จากบ้านสบมาง อำเภอบ่อเกลือ ระยะทาง 100 กิโลเมตร ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน 
นี่คือสุดยอดความประทับใจ ที่คุณจะไม่มีวันลืมในชีวิต


ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: ช่วงเช้าและบ่ายในแต่ละวัน
ฤดูกาลที่ดีที่สุด: เดือนตุลาคม
จุดชมวิวที่ดีที่สุด: แก่งผีป่า ผารถเมล์

*การเดินทาง: จาก จ.น่าน ใช้ทางหลวงหมายเลข 1169 และ 1081 
ถึงบ้านนาขวางมีทางแยกขวาไปบ้านสบมาง จุดเริ่มต้นล่องแก่งน้ำว้าตอนกลาง


**********************


ตุลาคม: อาณาจักรแห่งสีสัน ลานดอกไม้ผาแต้ม จ.อุบลราชธานี
บนลานหินทรายผาแต้ม
เมื่อปลายฤดูฝนมาถึง เหนือลานหินที่ชุ่มฉ่ำจะกลับกลายเป็นอาณาจักร
ดอกไม้สีทองละลานตาได้อย่างน่าประหลาด


นี่คือถิ่นไม้กินแมลงซึ่งแผ่อาณาจักรของมันครอบคลุมไปทั่วตามลานหินน้อยใหญ่
ในอุทยานแห่งชาติผาแต้ม กลไกธรรมชาติ ปลุกชีวิตของไม้กินแมลงเหล่านี้
ทั้งสร้อยสุวรรณา (Utricularia bifida) รวมถึงดอกไม้กินแมลงชนิดอื่น
ให้ออกดอกสวยงาม เพื่อล่อแมลงมาเป็นเหยื่อให้มันดักจับกินได้อย่างน่าทึ่ง
ทะเลแห่งสีสันมวลดอกไม้นี้จะมีอยู่ที่ลานหิน เหนือน้ำตกสร้อยสวรรค์
มากที่สุดในช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี ไม่มีที่ใดงดงามเท่า


ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: ช่วงเวลาเช้าก่อน 09.00 น.
ฤดูกาลที่ดีที่สุด: เดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน
จุดชมวิวที่ดีที่สุด: ลานหินน้ำตกสร้อยสวรรค์

*การเดินทาง: จาก จ.อุบลราชธานี ใช้ทางหลวงหมายเลข 217 ถึง อ.พิบูลมังสาหาร
ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 2222 ถึง อ.โขงเจียม แยกทางหลวงหมายเลข 2112 สู่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม


**********************

ปรากฎการณ์มหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ที่ไม่ควรพลาดในเดือน กันยายน

กันยายน: ยลโลกสีเขียว ป่าดึกดำบรรพ์โลกล้านปี ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่
ป่าดึกดำบรรพ์ย้อนยุคราวป่าโลกล้านปี
สวยที่สุดคือ ป่าอ่างกาหลวง บนยอดดอยอินทนนท์ 
ฤดูฝนบนนี้ คือวันมหัศจรรย์ธรรมชาติที่คุณต้องไปดู


ยอดดอยอินทนนท์ สูงที่สุดในเมืองไทยถึง 2,565 เมตร จากระดับน้ำทะเล 
เป็นแหล่งรวมของพืชพันธุ์และสัตว์ป่าหายากหลายชนิด 
โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนซึ่งผืนป่า อ่างกาหลวงฉ่ำเย็นไปด้วยสายหมอก 
จนตามต้นไม้มีมอส เฟิร์น ขึ้นเกาะอยู่ทั่วไป จึงเป็นที่มาเรียกขานว่าป่าดึกดำบรรพ์
อันเป็นที่อยู่ของจิ้งจกน้ำ สัตว์เลื้อยคลานหายาก รวมทั้งเป็นแหล่งที่พบนกกินปลีหางยาวเขียว
และกุหลาบพันปี (Rhododendron arboretum sub.delavayi) อีกด้วย


ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: ช่วงเวลาเช้าก่อน 9.00 น.
ฤดูกาลที่ดีที่สุด: เดือนกันยายน
จุดชมวิวที่ดีที่สุด: ทางเดินศึกษาธรรมชาติอ่างกาหลวง กิ่วแม่ปาน

*การเดินทาง: จาก จ.เชียงใหม่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 ถึง อ.จอมทอง
แยกขวาทางหลวงหมายเลข 1009 สู่ยอดดอยอินทนนท์ ระยะทาง 48 กิโลเมตร


**********************


กันยายน: ไปเฝ้าดูเหยี่ยวอพยพนับแสนตัว จ.ชุมพร
ฤดูอพยพของฝูงเหยี่ยวนั้นเป็นความลี้ลับ
ว่าพวกมันเดินทางกลับมายังจุดหมายเดิมอย่างแม่นยำทุกปีได้อย่างไร
และแหล่งอัศจรรย์นั้นอยู่ที่จังหวัดชุมพร


ฤดูอพยพของฝูงนกนานาชนิดจากซีกโลกทางเหนือ เช่น ไซบีเรีย และประเทศจีน 
มักจะเริ่มต้นราวเดือนกันยายนของทุกปี เป็นวัฏจักรของวงจรชีวิต 
ที่ดิ้นรนเพื่อการดำรงอยู่ของสายพันธุ์ เมื่อฤดูหนาวมาเยือน ทุกปีฝูงเหยี่ยวอพยพ
เช่น เหยี่ยวกิ้งก่าสีดำ เหยี่ยวต่างสี นกอินทรีเล็กและเหยี่ยวนานาชนิด
จะพากันบินมาถึงจุดนี้ได้อย่างตรงเวลาน่าตื่นตา ตื่นใจนับแสนตัวตลอดฤดูอพยพ
นอกจากนี้ ที่เขาเรดาร์ อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ดี ในการเฝ้าดูเหยี่ยวอพยพอีกด้วย


ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: ช่วงเวลาเช้าตรู่ถึง 10.00 น.
ฤดูกาลที่ดีที่สุด: กลางกันยายนถึงเดือนตุลาคม
จุดชมวิวที่ดีที่สุด: ต.ท่ายาง อ.เมือง จ.ชุมพร และเขาเรดาร์ อ.บางสะพานน้อย

*การเดินทาง: จาก จ.ชุมพร ใช้ทางหลวงหมายเลข 4001 และต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 4098 
ถึงหาดทรายรี ระยะทางราว 20 กิโลเมตร ถึงจุดชมเหยี่ยว


**********************

ปรากฎการณ์มหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ที่ไม่ควรพลาดในเดือน สิงหาคม

สิงหาคม: ปีนภูดูทะเลดอกไม้ในป่าสน บนภูสอยดาว จ.อุตรดิตถ์
ป่าสนภูสอยดาวได้ชื่อว่าสวยสุดในเมืองไทย
โดยเฉพาะในช่วงกลางฤดูฝน ที่ทุ่งดอกหงอนนาคสีม่วงบานสะพรั่ง


ภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นภูเขาอีกลูกหนึ่งซึ่งท้าทายนักเดินทาง 
ให้ปีนขึ้นไปเป็นผู้พิชิต ด้วยระยะเวลาผจญภัยไม่น้อยกว่า 4-5 ชั่วโมง 
รางวัลชีวิตที่ได้คือ ภาพความสวยงามของทุ่งหญ้า และป่าสนสามใบ
มุมมองสวยงามแปลกตากว่าที่ใด ในรอบปีมีวันเวลาที่สวยที่สุดคือช่วงเดือนสิงหาคม
ดอกหงอนนาค (Murdannia gigantia) จะออกดอกสะพรั่งกลางป่าสนที่ปกคลุมไปด้วยสายหมอก 
เป็นสุดยอดของความโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย

 


ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: ช่วงเวลาเช้าก่อน 09.00 น.
ฤดูกาลที่ดีที่สุด: เดือนสิงหาคม
จุดชมวิวที่ดีที่สุด: ลานป่าสนบริเวณที่ตั้งแคมป์ภูสอยดาว

*การเดินทาง: จาก จ.อุตรดิตถ์ใช้ทางหลวงหมายเลข 1047 ถึง อ.น้ำปาด 
ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 1239 และ 1268 ถึง อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว


**********************


สิงหาคม: ชมผาเดียวดาย ไปดูทุ่งหญ้าข้าวก่ำ เขาใหญ่ ป่าใกล้กรุง จ.นครราชสีมา
ฤดูฝนบนเขาใหญ่มีของดีซ่อนไว้ให้ไปค้นหา
คือหน้าผาเดียวดายแหล่งชมวิวป่าดงพญาเย็นอันยิ่งใหญ่
และโลกแห่งสีสันของหญ้าข้าวก่ำ ดอกไม้งามฤดูฝน


เขาใหญ่ ใครก็อาจไปมาแล้วหลายหน แต่ช่วงฤดูฝนบนนี้มีดี 
นอกจากทุ่งหญ้าเขียวขจี ฝูงเก้ง กวางออกหากิน นกเงือกรวมฝูงเห็นได้ฝูงใหญ่ 
น้ำตกก็สวยงาม เช่น น้ำตกเหวนรก เหวสุวัต 
และชมวิวผืนป่าดงพญาเย็นที่เขียวขจีได้จากผาเดียวดาย 
บนยอดเขาเขียว ไม่ไกลกันยังมีทุ่งหญ้าข้าวก่ำ (Burmannia Disticha) ให้ชม
คุณสามารถเห็นเขาใหญ่ได้ในมุมมองที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อน


ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: ตอนเช้าก่อน 09.00 น. และช่วงเวลาเย็นหลัง 15.00 น.
ฤดูกาลที่ดีที่สุด: เดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน
จุดชมวิวที่ดีที่สุด: ผาเดียวดาย ทุ่งหญ้าข้าวก่ำเขาเขียว

*การเดินทาง: จาก อ.ปากช่องใช้ทางหลวงหมายเลข 2090 ขึ้นสู่เขาใหญ่ 
ถึงบนนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 3182 ขึ้นสู่เขาเขียว ก่อนถึงยอดเขาเขียวราว 1 กิโลเมตร 
ซ้ายมือมีทางศึกษาธรรมชาติสู่ผาเดียวดาย


**********************